วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2561

นักวิทยาศาสตร์เผยสภาพโลกอีก 30 ปีข้างหน้า

นักวิทยาศาสตร์เผยสภาพโลกอีก 30 ปีข้างหน้า สิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตผู้คน น่าจะเป็นแบบนี้แหละ

เพื่อนๆ เคยนึกกันบ้างไหมว่าในอนาคตอันใกล้นี้โลกของเราจะเป็นอย่างไร?? สำหรับวันนี้เราก็มีการคาดเดาของหนึ่งในนักอนาคตวิทยาที่มีเปอร์เซ็นต์การทายอย่างแม่นยำมาตลอดถึง 85% อย่าง Ian Pearsonมาฝากกันแหละ และนี่คือเรื่องราวในโลกอนาคตจากมุมมองของเขาล่ะ!!!


โลกในปี 2045

สำหรับการวิจัยและค้นคว้านี้จัดทำขึ้นโดย Pearson กับ Hewden บริษัทให้เช่าอุปกรณ์เครื่องยนต์สำหรับก่อสร้างขนาดใหญ่ และนี่คือโลกของเราในอนาคต 30 ปีหลังจากนี้ที่พวกเค้าคาดคะเนไว้…

สิ่งก่อสร้างต่างๆ จะมีระบบตอบรับเหมือน Siri เป็นของตัวเอง ที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์และช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยได้ (ถ้าใครนึกภาพไม่ออกให้นึกถึงโปรแกรม Red Queen ในผีชีวะนั่นแหละ)


เพราะความต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่มากขึ้น ตึกในแต่ละตึกนั้นจะสูงชะลูดจนเสียดฟ้า และทำหน้าที่เหมือนเมืองๆ หนึ่งเลยทีเดียว ทุกๆ อย่างจะมีครบภายในตึกเดียวทั้งร้านอาหาร สำนักงานต่างๆ

แน่นอนว่าการที่มีตึกสูงชะลูดวิวทิวทัศน์ต่างๆ ก็จะหายไปหมด ในส่วนของหน้าต่างก็จะถูกแทนที่ด้วยโปรแกรมภาพเสมือนแทน



โลกจะพึ่งพาพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น จนสามารถมีสเปรย์สำหรับพ่นใส่สิ่งของต่างๆ ให้มีความสามารถในการดูดกลืนแสงอาทิตย์เพื่อนำมาสร้างพลังงานกันได้เลยทีเดียว

สถานที่ต่างๆ ในตึกนั้นจะปรับแสงและอุณหภูมิให้แบบออโต้ในทุกพื้นที่ๆ เราเดินไป ที่สำคัญจะปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับร่างกายของคุณขณะนั้นๆ ด้วย


เหล่าคนงานก่อสร้างจะมีอุปกรณ์เสริมแรงที่สามารถป้องกันและทำให้พวกเขายกของหนักๆ ได้


ส่วนงานที่มีความอันตรายสูงนั้น จะถูกตัดออกและส่งงานไปให้หุ่นยนต์ทั้งหมด

และสุดท้าย นวัตกรรมการปริ้นท์แบบ 3 มิติจะกลายเป็นวิธีใหม่แห่งการก่อสร้าง และทำให้ย่นระยะเวลาของการก่อสร้างได้หลายเท่าตัวเลยล่ะ


และนี่ก็คือแนวโน้มของโลกเราที่จะเกิดขึ้นในอีก 30 ปีข้างหน้านี้นะจ๊ะ สถิติการคาดเดาของเขานั้นแม่นยำสูงที่สุดเลยก็ว่าได้ มารอดูกันว่าครั้งนี้จะทำให้สถิติของเขายังคงสูงต่อไปรึเปล่า!!?

ที่มา: BusinessInsider

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561

EXOMARS ภารกิจตามหาร่องรอยของชีวิตบนดาวอังคาร

EXOMARS ภารกิจตามหาร่องรอยของชีวิตบนดาวอังคาร


เคยมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวอังคารไหม? คือคำถามสำคัญสำหรับมนุษยชาติที่ต่างกำลังค้นหาคำตอบของคำถามนี้อยู่อย่างแข็งขัน ซึ่งองค์การอวกาศยุโรปก็ได้เผยถึงแผนการอันยิ่งใหญ่กินเวลาตั้งแต่ปี 2016 นี้ไปจนถึงปี 2020 ในการสำรวจสภาพแวดล้อมและศึกษาค้นคว้าเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตามหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร
ภารกิจ EXOMARS ตามหาร่องรอยของชีวิตบนดาวอังคาร

องค์การอวกาศยุโรป (ESA) ร่วมมือกับองค์การอวกาศสหพันธรัฐรัสเซีย (Roscosmos) ในการปฏิบัติภารกิจ ExoMars 2016 และ ExoMars 2020 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ดังนี้

วัตถุประสงค์ด้านการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ เช่น
การค้นหาสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารทั้งอดีตและปัจจุบัน
การตรวจสอบน้ำและสภาพแวดล้อมเชิงธรณีเคมี (geochemical) ของดาวอังคาร
การตรวจหาแก๊สและที่มาของแก๊สในชั้นบรรยากาศ

วัตถุประสงค์ทางเทคโนโลยี เช่น
เทคโนโลยีการลงจอดของยานที่บรรทุกน้ำหนักมาก (large payloads)
การใช้พลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์บนผิวดาวอังคาร
การขุดเจาะ (ที่ความลึก 2 เมตร) เพื่อเก็บตัวอย่าง
การพัฒนาเทคโนโลยีและความสามารถของยานสำรวจผิวดาว (ยานโรเวอร์)
EXOMARS 2016: สำรวจ ทดสอบ ปูทางไปสู่ภารกิจในอนาคต

ภารกิจสำหรับโปรแกรม ExoMars ในปี 2016 นี้คือการส่งยานที่ชื่อ Orbiter และ Schiaparelli ไปสู่ดาวอังคารเพื่อตรวจหาแก๊สมีเทนรวมไปถึงการตามหาแก๊สอื่นๆ ในชั้นบรรยากาศ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของสิ่งมีชีวิตหรือกระบวนการทางธรณีวิทยาได้ โดยล่าสุด (ตุลาคม 2016) ยานพึ่งจะเดินทางถึงดาวอังคารได้สำเร็จ

ภารกิจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาแก๊สมีเทนและแก๊สอื่นๆ ในชั้นบรรยากาศ ซึ่งมีความเข้มข้นน้อยมาก (น้อยกว่า 1% ของชั้นบรรยากาศ) แต่อย่างไรก็ตามแก๊สเหล่านี้อาจเป็นกุญแจเพื่อนำไปสู่หลักฐานของสิ่งมีชีวิตหรือกระบวนการทางธรณีวิทยาบนดาวอังคารได้ โดยมีชื่อภารกิจว่า Trace Gas Orbiter (TGO)

ภารกิจ TGO นี้จะประกอบด้วยยานสำรวจ 2 ประเภทที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน นั่นก็คือยาน Orbiter และยานลงจอด Schiaparelli ในส่วนแรกคือ Orbiter จะทำหน้าที่โคจรรอบดาวอังคารเพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสภาพชั้นบรรยากาศ วัดปริมาณแก๊สมีเทนและสร้างแผนที่ รวมไปถึงแก๊สในชั้นบรรยากาศอื่นๆ และสาเหตุในการสูญเสียบรรยากาศของดาวอังคาร จากนั้นจะปล่อยยาน Schiaparelli เพื่อลงจอดบนพื้นผิวของดาวอังคาร
ภาพยานสำรวจ TGO ที่ประกอบด้วยส่วน Orbiter และ Schiaparelli ในส่วนหน้า (สีน้ำตาล)
ภารกิจของยาน Schiaparelli ไม่ได้มีหน้าที่หลักในการสำรวจพื้นผิวของดาวอังคาร มันถูกส่งออกไปเป็นโครงการนำร่องเพื่อทดสอบเทคโนโลยีในการลงจอด ที่เรียกว่า “Aerobraking” เป็นการใช้แรงเสียดทานจากชั้นบรรยากาศและปรับวิถีวงโคจรอย่างช้าๆ เพื่อลงจอด เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับภารกิจ ExoMars 2020 ในการส่งยานโรเวอร์มาสำรวจดาวอังคารนี้อีกครั้ง

การปรับวงโคจรและลงจอดของยาน Schiaparelli ลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคาร

อย่างไรก็ตามหาก Schiaparelli ติดตั้งเซ็นเซอร์ชื่อ DREAMS เพื่อใช้ในการตรวจวัดสภาพต่างๆ ของพื้นผิวดาว เช่น ความเร็วและทิศทางลม ความชื้น ความดัน อุณหภูมิพื้นผิว เป็นต้น

ล่าสุดดูเหมือนว่าการลงจอดของ Schiaparelli จะล้มเหลวเนื่องจากเกิดความผิดพลาดบางอย่างกับร่มชูชีพและเครื่องยนต์จรวดที่จะช่วยปรับทิศทางรวมถึงชลอความเร็วกลับจุดไม่ติดระหว่างการลงจอด และในตอนนี้มีการถ่ายภาพจุดตกของยานมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจากข้อสรุปตอนนี้ ยาน Schiaparelli อาจเกิดการตกกระแทกด้วยความเร็วมากกว่า 180 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) จนเกิดการระเบิด แต่อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ก็ได้ข้อมูลบางส่วนในชั้นบรรยากาศของดาวอังคารมาจากเซ็นเซอร์บน Schiaparelli เรียบร้อยแล้ว

สังเกตในสี่เหลี่ยมสีดำ (ล่างซ้าย) ถ่ายเมื่อ 29 พ.ค. 2559 (ล่างขวา) ถ่ายเมื่อ 20 ต.ค. 2559
Mars exploration is hard, and that’s one of the reasons we do it
ทำไมต้องศึกษาแก๊สมีเทน

เนื่องจากแก๊สมีเทนเป็นผลผลิตที่ได้จากแบคทีเรีย รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าดาวอังคารมีการปล่อยแก๊สมีเทนที่มีความเข้มสูงจากใต้พื้นผิวออกไปสู่ชั้นบรรยากาศอยู่เสมอ นอกจากนี้แก๊สมีเทนยังสามารถเกิดได้จากกระบวนการทางธรณีวิทยา เช่น การระเบิดของภูเขาไฟ หรือ การทำปฏิกิริยากันของน้ำและแร่บางชนิด

ดังั้นภารกิจ ExoMars นี้ ทั้งแผน 2016 ไปจนถึง 2020 จะเป็นหลักฐานในการยืนยันว่าดาวอังคารมีสิ่งมีชีวิตหรือมีความเคลื่อนไหว มีกระบวนการทางธรณีวิทยา เช่น น้ำ เกิดขึ้นอยู่หรือไม่ นั่นเอง



EXOMARS 2020: ตรวจค้น เจาะลึก ดาวอังคาร

ภารกิจของ ExoMars 2020 จะทำการส่งยานโรเวอร์ของยุโรปและแท่นสำรวจพื้นผิว (surface platform) ของรัสเซีย ไปยังพื้นผิวของดาวอังคาร โดยอาศัยจรวดโปรตอน

ยานโรเวอร์จะมีหน้าที่แล่นไปบนพื้นผิวของดาวอังคารเพื่อทำการตรวจวัดคุณสมบัติของสเปกตรัม มีการขุดเจาะเพื่อเก็บตัวอย่างดิน ตะกอน หรือสภาพแวดล้อมอื่นๆ เพื่อนำมาประมวลผลและส่งข้อมูลกลับมายังโลกผ่านอุปกรณ์ที่ติดตั้งบนตัวยานต่อไป โดยยานโรเวอร์จะมีความสามารถในการสร้างแผนที่อาศัยกล้องสเตอริโอและคำนวณเส้นทางที่เหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาและเดินทางให้ได้ 100 เมตรต่อ sol. (sol. คือหน่วยเรียกวันบนดาวอังคาร)
ยานโรเวอร์ในโครงการ ExoMars 2020

แท่นสำรวจพื้นผิวจะอยู่กับที่เพื่อตรวจวัดสภาพแวดล้อม ณ จุดที่ยานลงจอด ซึ่งจะมีการถ่ายภาพในบริเวณนี้โดยตลอดเพื่อติดตามสภาพแวดอากาศและบรรยากาศในระยะยาว นอกจากนี้อุปกรณ์และเซ็นเซอร์บนแท่นจะถูกใช้เพื่อศึกษาดินภายในพื้นผิวที่ก่อให้เกิดน้ำ และตรวจวัดรังสีที่เกิดขึ้นบนผิวดาว เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับโครงการ ExoMars 2016 ก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ยังตรวจหาธรณีวิทยาเชิงฟิสิกส์เพื่อศึกษาโครงสร้างภายในของดาวอังคารอีกด้วย

แท่นสำรวจพื้นผิวในโครงการ ExoMars 2020
อ้างอิงESA: EXOMARS TRACE GAS ORBITER AND SCHIAPARELLI MISSION (2016)ESA: EXOMARS TRACE GAS ORBITER INSTRUMENTSWikipedia: ExoMarsสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติESA: EXOMARS MISSION (2020)ESA: EXOMARS ROVERESA: EXOMARS 2020 SURFACE PLATFORMPopular Science


วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียม

ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียม

Very Large Array ในรัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา (ภาพจาก NRAO)


จานดาวเทียม คือ วัตถุที่ทำด้วยโลหะ ไฟเบอร์ อลูมิเนียม ที่มีคุณสมบัติในการสะท้อนสัญญาณคลื่นไมโครเวฟที่ส่งมาจากนอกโลก โดยดาวเทียมเป็นผู้ส่งมา แต่ดาวเทียม ก็รับสัญญาณจากสถานีดาวเทียมบนพื้นโลกอีกที

คนที่ติดจานดาวเทียม ใช้เืพื่อวัตถุประสงค์หลากหลาย เช่น รับ-ส่งข้อมูล ดิจิตอลต่างๆ หรือนำมาใช้เพื่อรับข้อมูลภาพและเสียง หรือ ทีวี

สิ่งที่ควรจะต้องรู้คือเราต้องรู้ว่าจะติดจานเพื่อดูรายการอะไรประมาณไหน ตัวอย่างเช่น
1.ติดจานดาวเทียมเพื่อรับชมช่องทีวีไทยชัดๆ ก็พอแล้ว อาจจะเป็นจานใบเล็กหรือใบใหญ่ก็ได้แล้วแต่จะชอบ
2.ติดจานดาวเทียมเพื่อรับชมช่องทีวีไทยชัดๆ และรายการช่องจากASTV ( ช่องของคุณสนธิ ) , และD-STATION ด้วย
3.ติดจานดาวเทียมเพื่อชมช่องรายการทีวีไทยและช่องการ์ตูนบ้างสำหรับเด็กๆ
4.ติดจานดาวเทียมเพื่อรับชมช่องทีวีไทยชัดๆ และสามารถสมัครPACKAGE รายการช่องเคเบิ้ลทีวี INTERNATIONALได้เมื่อต้องการชม
5.ติดจานดาวเทียมเพื่อรับชมช่องเคเบิ้ลทีวีจากต่างประเทศ ไม่จำเป็นต้องมีช่องทีวีไทยก็ได้
6.ติดจานดาวเทียมเพื่อรับชมรายการกีฬามากที่สุด ระบบเสียงอาจเป็นภาษาไทยก็ได้ภาษาอังกฤษก็ได้
7.ติดจานดาวเทียมเพื่อรับชมช่องทีวีไทยและช่องรายการทีวีทั่วโลก ไม่เน้นช่องรายการใดๆ แต่ต้องการรับชมช่องทั่วโลก
8. ติดจานดาวเทียมเพื่อรับชมช่องทีวีของประเทศที่ต้องการชมเป็นหลัก เช่นช่องรายการดาวเทียมจากประเทศจีน , เวียดนาม , กัมพูชา , พม่า , ไต้หวัน , เยอรมัน , ฝรั่งเศส , อิตาลี่ , เกาหลี ญีปุ่น อินเดีย ปากีสถาน ฯลฯ

1.รายละเอียดจานดาวเทียมเพื่อรับชมช่องทีวีไทยชัดๆ เป็นหลัก สามารถแบ่งออกเป็น2แบบคือ

1.1จานระบบ C-BAND (ลักษณะจานเป็นสีดำ) ที่เป็นตะแกรงๆ จะมีขนาดตั้งแต่ 125cm-227cm แต่ขนาดที่เหมาะสมมากที่สุดสำหรับติดตั้งภายใน บ้านจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 185cm เพราะสัญญาณที่ได้แรงโอกาสที่ภาพจะกระตุกนั้นยากมาก คุณภาพของสัญญาณที่ได้แรงทุกช่อง ท่านสามารถเลือกจานและรีซีฟเวอร์ยี่ห้อ อะไรก็ได้จะสามารถรับรายการจากดาวเทียมได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่ควรพิจารณาคือควรเลือกจานที่ผลิตได้มาตรฐานโครงสร้างของจานแข็ง แรง และอุปกรณ์รีซีฟเวอร์ก็เช่นเดียวกันควรใช้ยี่ห้อที่มีชื่อเสียงและศูนย์ บริการที่ซ่อมได้รวดเร็ว ตัวอย่างเช่นยี่ห้อ Dynasat , psi , Samart , INFOSAT , dby ,Ideasat หันหน้าจานรับดาวไทยคม2&5 ที่ตำแหน่ง78.5E

ข้อดี จานดำระบบC-BAND จะสามารถยังรับชมภาพได้อยู่ในขณะที่ฝนตกหนักหรือขณะที่ท้องฟ้ามืดครึ้มมากๆ
การเพิ่มจุดรับชมสามารถทำได้ง่ายราคาประหยัดเนื่องจากรีซีฟเวอร์ระบบ C-band นั้นราคาไม่แพง
รายการช่องจะมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากจะมีการผลิตช่องรายการเพิ่มอยู่ตลอดเวลา
ติดตั้งครั้งเดียวจบไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนเพราะเป็นช่องฟรีทีวี
ข้อเสีย คือจานดาวเทียมอาจจะมีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับท่านที่ชอบจานใบเล็กๆ
ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งมากกว่าจานระบบKU-band
การติดตั้งยากพอสมควรสำหรับบ้านที่ไม่มีดาษฟ้า
การSERVICEทำได้ยากกว่ากรณีที่บ้านไม่มีพื้นที่ให้ติดจาน
กรณีที่บ้านไม่มีพื้นที่ติดตั้งอาจต้องใช้OPTIONเพิ่ม ให้ให้เสียเงินเพิ่มขึ้น

1.2 จานระบบ KU-BAND ( จานแบบทึบจะมีตั้งแต่ขนาด 35CM, 60Cm-75CM ) ถ้าเลือกได้ควรเลือกจานที่มีขนาดใหญ่กว่าจะดีกว่าเพราะสัญญาณที่ได้แรงโอ กาศที่ภาพจะกระตุกนั้นยาก ท่านสามารถเลือกจานยี่ห้อใดก็ได้เช่น ( จานเหลืองDTV , จานแดงTRUE VISION , จานSAMART DTH , และจานส้มIPM801 ) จานดังกล่าวที่กล่าวมานั้นสามารถรับชมช่องทีวีไทยพื้นฐานได้ทุกยี่ห้อแต่จะ มีฟังชั่นบางอย่างที่อาจแตกต่างกันไม่มาก

1.2.1 จานเหลืองDTVขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของจานประมาณ65 และ 75 cm รับดาวเทียมไทยคม2&5KU ราคาพร้อมติดตั้งอยู่ราว2,900.-ซึ่งราคาประหยัดมีช่องเยอะพอสมควร
OPTION พิเศษ สามารถเติมเงินเพื่อชมช่องรายการหนังและสารคดีได้

1.2.2 จานแดงTRUE VISION ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของจานประมาณ75cm รับดาวเทียมไทยคม2&5KU ราคาพร้อมติดตั้งอยู่ราว4,900.-
OPTION พิเศษ สามารสมัคร PACKAGEแบบต่างๆ ได้เพื่อชมช่องเคเบิ้ลทีวีตามความต้องการได้ เช่น TRUE PREVIEW , TRUE KNOWLEDGE PACKAGE , SILVER PACKAGE , GOLD PACKAGE , PLATINUM PACKAGE

1.2.3 จานSAMART DTH ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของจานประมาณ75cm รับดาวเทียมไทยคม5KU ราคาพร้อมติดตั้งอยู่ราว3,500.-
OPTION พิเศษ สามารถรับชมช่องเคเบิ้ลทีวีจากสามารถฟรีไม่มีรายเดือนแต่ช่องรายการไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไร

1.2.3 จานส้ม IPM801 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของจานประมาณ65cm รับดาวเทียมNSS6 KU ราคาพร้อมติดตั้งอยู่ราว4,900.-
OPTION พิเศษ สามารถรับชมช่องเคเบิ้ลทีวีจากB-SATฟรีไมมีรายเดือน แต่อนาคตจะมีการเก็บรายเดือน ช่องมีเยอะพอสมควร

ข้อดีและข้อเสียของจานดาวเทียมระบบKU-BAND ( จานทึบขนาด 60cm-75cm )

ข้อดี จานระบบKU-BAND มีขนาดเล็กสามารถติดตั้งได้ง่ายใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อย
สามารถติดตั้งได้สำหรับคอนโดมิเนียม หรือ อารพาร์ทเม้นท์ ที่มีเทอเรสท์ หันไปทางทิศตะวันตกหรือทิศใต้
การเพิ่มจุดรับชมสามารถทำได้ง่ายราคาประหยัดเนื่องจากรีซีฟเวอร์ระบบ KU-band นั้นราคาไม่แพง
รายการช่องจะมากและจะมีการผลิตช่องรายการเพิ่มอยู่ตลอดเวลา
สามารถสมัคชมช่องพิเศษตามPACKAGE ของยี่ห้อดาวเทียมนั้นๆได้
การSERVICEทำได้ง่ายไม่ยุ่งยากอะไร เนื่องจากจานมีขนาดเล็ก
การเคลื่อนย้ายจานดาวเทียมทำได้ง่ายสามารถทำได้เองถ้ามีทักษะในการติดตั้งจานดาวเทียมเพียงพอ
ข้อเสีย จานระบบKU-BAND คือไม่สามารถยังรับชมได้ในขณะที่ฝนตกหนักหรือขณะที่ท้องฟ้าครึมมากๆ
จำเป็นต้องเสียเงินสำหรับรับชมช่องรายการพิเศษของเคเบิ้ลทีวี นั้นๆ

2. รายละเอียดจานดาวเทียมเพื่อรับชมช่องทีวีไทยชัดๆ และรายการช่องจาก D-Station และช่องASTV ( ช่องของคุณสนธิ )ท่าน ลูกค้าสามารถเลือกติดจานได้ทั้ง2แบบ คือจานระบบC-BAND ( จานตะแกรงดำๆ ) และจานระบบ KU-BAND ( จานทึบขนาดเล็ก ) แต่จำเป็นต้องใส่หัว LNB KU-BAND ชนิดUNIVERSAL เพื่อรับดาวเทียมNSS6ด้วย

จานดาวเทียมที่สามารถรับทีวีไทยชัดๆและช่องASTV-People Channel ,TNN24, NATION ได้
จานดาวเทียมระบบ C-BAND ( จานตระแกงดำ ) รับดาวไทยคม2&5 ที่ตำแหน่ง78.5E และจำเป็นต้องใส่หัว KU-BAND ชนิดUNIVERSALเพื่อรับดาวNSS6ที่ตำแหน่ง95.0E จานดำจะเลือกใช้ ยี่ห้ออะไรก็ได้ที่แข็งแรง ( เช่น Dynasat , SAMART , PSI , INFOSAT , IDEA-CHAN , DBY เป็นต้น )แต่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของจานไม่ควรตำกว่า150cm เพราะสัญญาณ ที่ได้แรงพอสมควร ( การใช้จานดาวเทียมขนาดเล็กนั้นไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะโอกาศที่ภาพจะกระตุกนั้นมีสูง ใช้ไปสักพักหนึ่งท่านจะเซ็งมากๆ นะครับ )

จานดาวเทียมระบบ KU-BAND ( จานทึบขนาด 60cm-75cm ) แต่จำเป็นต้องใส่หัว LNB KU-BAND ชนิดUNIVERSAL เช่นกัน ซึ่งเราสามารถเลือกยี่ห้อต่างๆได้เช่น ( จานเหลืองDTV , จานเทาSAMART DTH , จานส้มIPM801 KU ) ส่วนจานแดงของ TRUE VISIONSนั้นไม่สามารถรับดาวเทียมได้มากกว่า2ดวง เพราะตัวรีซีฟเวอร์นั้นไม่สามารถปรับอะไรได้มาก


3.รายละเอียดจานดาวเทียมเพื่อรับชมช่องทีวีไทยชัดๆและช่องการ์ตูนสำหรับเด็กๆ

รายการช่องการ์ตูนที่มีอยู่ในจานดาวเทียมระบบต่างๆ
ช่อง GANG CARTOON จะอยู่ในดาวเทียมไทยคม2&5 ที่ตำแหน่ง78.5E ระบบC-BAND (จานดำแบบตระแกง) จะเลือกใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้ที่แข็งแรง ( เช่น Dynasat , SAMART , PSI , INFOSAT , IDEA-CHAN , DBY เป็นต้น )แต่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของจานไม่ควรตำกว่า150cm

ช่อง TOON TOON อยู่ในดาวเทียมNSS6ที่ตำแหน่ง95.0E ระบบKU-BAND รายการการ์ตูน2ช่องนี้มีลิขสิทธิ์โดยBSAT ต้องติดตั้งจานส้มIPM801เท่านั้นจึงจะสามารถรับชมช่องการ์ตูนช่องนี้ได้ อนาคตจะมีการเรียกเก็บเงินแบบรายเดือนแต่ราคาจะไม่แพง

ช่อง cartoon network , True Spark , Nickelodeon อยู่ในดาวเทียมไทยคมที่ตำแหน่ง 78.5E ระบบKU-BAND รายการการ์ตูน3นี้มีลิขสิทธิ์โดยบริษัท True Visions ต้องติดตั้งจานแดง เท่านั้นจึงจะสามารถรับชมช่องการ์ตูน3ช่องนี้ได้


4.ราย ละเอียด จานดาวเทียมเพื่อรับชมช่องทีวีไทยชัดๆ และสามารถสมัคPACKAGE รายการช่องเคเบิ้ลทีวีที่เป็น INTERNATIONALได้เมื่อต้องการชม จะมีอยู่ทางเลือกเดียวคือ จานแดง TRUE VISIONS ตัวอย่างรายการช่องตามPACKAGE ต่างๆเช่น TRUE PREVIEW , TRUE KNOWLEDGE PACKAGE , SILVER PACKAGE , GOLD PACKAGE , PLATINUM PACKAGE WEB LINK true vision

5.รายละเอียดจานดาวเทียมเพื่อรับชมช่องเคเบิ้ลทีวีจากต่างประเทศ เหมาะสำหรับลูกค้าทีชอบรายการช่องต่างประเทศนั้นเป็นพิเศษ

ช่องเคเบิ้ลทีวีที่ลูกค้านิยมเลือก
1.ช่องMultichoice จากประเทศแอฟริกา ระบบ C-Band รับดาวINTELSAT7/10 ตำแหน่ง 68.5E

2.ช่อง Astro จากประเทศมาเลเชีย ระบบ KU-Band รับดาวMeasat3 ตำแหน่ง 91.5E

3.ช่อง Telkom จากประเทศอินโดนิเซีย ระบบ C-Band รับดาว Telkom ตำแหน่ง 108.0E

4.ช่องรายการ I-sky-net จากประเทศไต้หวัน ระบบ C-Band รับดาวTelsat18 ตำแหน่ง 138.0E

5.ช่องรายการ STARTV จากประเทศอินเดีย ระบบ C-BAND รับดาว Asiasat3s ตำแหน่ง 105.5E
6.ช่องรายการ Zee network จากประเทศอินเดีย ระบบ C-BAND รับดาว Asiasat3s ตำแหน่ง 105.5E
7.ช่องรายการ Cable VTC จากประเทศเวียดนาม ESPN , STARSPORT ,CNN ,EURONEWS , BBC ,StarMovies ระบบ KU-BAND รับดาว Vinasat1 ตำแหน่ง 132.0E



6. รายละเอียดจานดาวเทียมเพื่อรับชมรายการกีฬามากๆ จาน ดาวเทียมที่สามารถรับช่องกีมากๆส่วนมากจะเป็นเคเบิ้ลทีวีที่ต้องมีค่าใช้ จ่ายรายเดือนตามข้อที่5 แต่สำหรับท่านลูกค้าที่นิยมชมฟุตบอลหรือGOLF นั้นมักจะชอบที่จะติดดาวเทียมMulti choice จากประเทศแอฟริกา

7.ราย ละเอียดจานเพื่อรับชมช่องทีวีไทยและช่องรายการทีวีทั่วโลก เหมาะ สำหรับท่านลูกค้าที่สามารถฟังภาษาต่างประเทศได้หลายภาษาเช่น สามารถฟังภาษาจีน,อังกฤษ,อินเดีย,หรือภาษาท้องถิ่นของช่องนั้นๆ และจานที่เหมาะสมสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ก็น่าจะเป็นจานดาวเทียมแบบMOVEได้ ซึ่งจะสามารถหมุนจานเพื่อรับดาวเทียมได้มากกว่า10ดวง ณ.ปัจจุบันจะมีอยู่2บริษัทเท่านั้นที่ผลิตจานดาวเทียมแบบMOVEได้ออกมาขาย คือจานดาวเทียมยี่ห้อ Dynasat ( รุ่นNO.1mini MOVE ) และPSI (รุ่น BONUS MOVE )
โดย ทั่วไปจานมูฟมักจะเป็นจานดำระบบ C-Band ซึ่งจะใช้จานดาวเทียมขนาด6ฟุตถึง8ฟุต และจะสามารถรับดาวเทียมได้เกือบครบทุกดวงมีราว20ดวง และจะมีช่องรายการรวมราวกว่า300ช่อง
นอกจากนี้จากดาวเทียมแบบมูฟได้นั้น ยังสามารถใส่หัว LNB ชนิดKU-BANDเพื่อให้สามารถรับช่องรายการดาวเทียมต่างๆที่ส่งมาในระบบ KU-BANDได้อีกด้วย

8.รายละเอียดจานดาวเทียมเพื่อรับชมช่องฟรี ทีวีจากประเทศที่ต้องการเป็นหลัก ( เช่นช่องรายการจากประเทศจีน , อินเดีย , เกาหลี หรือ... ) ก่อนอื่นท่านลูกค้าควรทราบก่อนว่ารายการฟรีทีวีจากประเทศที่เราต้องการดู นั้น ส่งสัญญาณดาวเทียมมาจากดาวเทียมดวงใด โดยการเปิด " ตารางความถี่ช่องรายการดาวเทียม " แล้วพิจารณาดูว่าช่องที่เราต้องการชมนั้นอยู่ในดาวเทียมดวงใด แล้วจึงพิจารณาที่จะเลือกติดตั้งหรือไม่

สิ่งที่ควรพิจารณาในการติดตั้งจานดาวเทียม

1.ควรศึกษารายละเอียดข้อดีข้อด้อยของจานดาวเทียมชนิดต่างๆให้เข้าใจโดยแท้แล้วจึงเลือกติดจานที่ต้องการ

2. อุปกรณ์ชุดจานดาวเทียมมีหลากหลายยี่ห้อ ควรเลือกยี่ห้อจานดาวเทียมที่มีศูนย์ซ่อมบริการที่แน่นอนและสามารถซ่อมได้ อย่างรวดเร็ว ( ไม่ควรเลือกสินค้า NO NAME )

3.ไม่ควรเน้นแต่ว่าราคาจะต้องถูกเพียงอย่างเดียวเพราะของถูกไม่มีดีและของดีไม่มีถูกทุกอย่างควรสมเหตุสมผลกันด้วยราคาและคุณภาพ

4. แม้นว่าปัจจุบันสัญญาณดาวเทียมจะส่งมาเป็นระบบDIGITAL แล้วก็ตามแต่ความจริงก็คือว่าหน้าจานที่มีขนาดใบที่ใหญ่กว่านั้นสัญญาณที่ ได้ยอมต้องดีกว่าหน้าจานที่มีขนาดเล็กกว่าแน่นอน นั้นหมายความว่าโอกาสที่ภาพจะกระตุกหรือเป็นโมเสทนั้นก็มีน้อยตามไปด้วย

5. ร้านติดตั้งจานดาวเทียมมีมากมายหลายที่ให้ท่านเลือกก็จริงแต่ความสามารถ เฉพาะตัวในการทำงานและความรับผิดชอบของช่างแต่ละที่นั้นไม่เท่ากันแน่นอนควร เลือกพิจารณาให้ดี

6.ช่างที่ดีและเก่งนั้นจะต้องสามารถทำงานได้ดีและงาน จะต้องออกมาเรียบร้อย งานติดตั้งต้องมั่นคงและแข็งแรง ส่วนการเดินสายและการเก็บสายนั้นต้องมีระเบียบดูสวยงาม และสะอาด 

7.การเซอร์วิสหลังการขายนั้นควรเป็นไปตามเงื่อนไขที่คุยไว้ก่อนติดตั้ง ควรซื่อสัตย์ซึ่งกันและกัน
ข้อแนะนำในการรับชม

ก่อนติดจานควรทำอยางไร

การติดจานดาวเทียมนั้น เพื่อให้ได้จานที่ตรงกับความต้องการและไม่สิ้นเปลีองงบประมาณมาก ก่อนอื่น ต้องคำนึงถึงสมาชิกภายในบ้านว่าสมควรติดจานแบบใด เพราะจานแต่ละแบบรับชมรายการแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย หากสมาชิกภายในบ้านมีเด็ก ควรติดจานแบบ มีสาระ และบันเทิง เป็นต้น หรือ ผู้ที่ชื่นชอบภาพยนต์หรือ กีฬา ก็สมควรติดอีกแบบ ดังนั้นก่อนติดจาน ควรสอบถามตัวแทนจำหน่ายเพื่อเป็นข้อมูลก่อนตัดสินใจ

Cr :http://satellitedisk.blogspot.com/p/blog-page_4355.html

วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561

อะตอม



แนวคิดเรื่องอะตอม
การอ้างอิงถึงแนวคิดอะตอมยุคแรก ๆ สืบย้อนไปได้ถึงยุคอินเดียโบราณในศตวรรษที่ 6ก่อนคริสตกาลโดยปรากฏครั้งแรกในศาสนาเชนสำนักศึกษานยายะและไวเศษิกะได้พัฒนาทฤษฎีให้ละเอียดลึกซึ้งขึ้นว่าอะตอมประกอบกันกลายเป็นวัตถุที่ซับซ้อนกว่าได้อย่างไรทางด้านตะวันตก การอ้างอิงถึงอะตอมเริ่มขึ้นหนึ่งศตวรรษโดยลิวคิพพุ(Leucippus) ซึ่งต่อมาศิษย์ของเขาคือดีโมครีตุสได้นำแนวคิดของเขามาจัดระเบียบให้ดียิ่งขึ้น ราว 450 ปีก่อนคริสตกาล ดีโมครีตุสกำหนดคำว่าátomos(กรีก:ἄτομος) ขึ้น ซึ่งมีความหมายว่า "ตัดแยกไม่ได้" หรือ "ชิ้นส่วนของสสารที่เล็กที่สุดไม่อาจแบ่งแยกได้อีก" ทฤษฎีอะตอมเกิดขึ้นครั้งแรกโดยจอห์น ดาลตันได้ตั้งทฤษฎีเกี่ยวกับอะตอม นักวิทยาศาสตร์ในสมัยนั้นเข้าใจว่า 'อะตอม' ที่ค้นพบนั้นไม่สามารถแบ่งแยกได้อีกแล้ว ถึงแม้ต่อมาจะได้มีการค้นพบว่า 'อะตอม' ยังประกอบไปด้วย โปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน แต่นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันก็ยังคงใช้คำเดิมที่ดีโมครีตุสบัญญัติเอาไว้
ในวิชาเคมีและฟิสิกส์ทฤษฎีอะตอมคือทฤษฎีที่ว่าด้วยธรรมชาติของสสาร ซึ่งกล่าวว่า สสารทุกชนิดประกอบด้วยหน่วยเล็กๆ ที่เรียกว่าอะตอม ซึ่งตรงกันข้ามกับแนวคิดดั้งเดิมที่แบ่งสสารออกเป็นหน่วยเล็กหลายชนิดตามแต่อำเภอใจ แนวคิดนี้เริ่มต้นเป็นแนวคิดเชิงปรัชญาของชาวกรีกโบราณ(ดีโมครีตุส) และชาวอินเดีย ต่อมาได้เข้ามาสู่วิทยาศาสตร์กระแสหลักในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อมีการค้นพบในสาขาวิชาเคมีซึ่งพิสูจน์ว่า พฤติกรรมของสสารนั้นดูเหมือนมันประกอบขึ้นด้วยอนุภาคขนาดเล็ก
คำว่า "อะตอม" (จากคำกริยาในภาษากรีกโบราณว่าatomos, 'แบ่งแยกไม่ได้) ถูกนำมาใช้เรียกอนุภาคพื้นฐานที่ประกอบกันขึ้นเป็นธาตุเคมี เพราะนักเคมีในยุคนั้นเชื่อว่ามันคืออนุภาคมูลฐานของสสาร อย่างไรก็ดี เมื่อเข้าสู่คริสต์ศตวรรษที่ 20 การทดลองจำนวนมากเกี่ยวกับแม่เหล็กไฟฟ้าและสารกัมมันตรังสีทำให้นักฟิสิกส์ค้นพบว่าสิ่งที่เราเรียกว่า "อะตอมซึ่งแบ่งแยกไม่ได้อีก" นั้นที่จริงแล้วยังประกอบไปด้วยอนุภาคที่เล็กกว่าอะตอมอีกจำนวนมาก (ตัวอย่างเช่นอิเล็กตรอน โปรตอน และนิวตรอน) ซึ่งสามารถแยกแยะออกจากกันได้ อันที่จริงแล้วในสภาวะแวดล้อมสุดโต่งดังเช่นดาวนิวตรอนนั้น อุณหภูมิและความดันที่สูงอย่างยิ่งยวดกลับทำให้อะตอมไม่สามารถดำรงอยู่ได้เลยด้วยซ้ำ เมื่อพบว่าแท้จริงแล้วอะตอมยังแบ่งแยกได้ ในภายหลังนักฟิสิกส์จึงคิดค้นคำว่า "อนุภาคมูลฐาน" (elementary particle) เพื่อใช้อธิบายถึงอนุภาคที่แบ่งแยกไม่ได้ วิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับอนุภาคที่เล็กกว่าอะตอมนี้เรียกว่าฟิสิกส์อนุภาค (particle physics) ซึ่งนักฟิสิกส์ในสาขานี้หวังว่าจะสามารถค้นพบธรรมชาติพื้นฐานที่แท้จริงของอะตอมได้
ปี ค.ศ. 1803 อาจารย์ชาวอังกฤษและนักปรัชญาธรรมชาติจอห์น ดอลตัน(John Dalton) ใช้แนวคิดของอะตอมมาอธิบายว่าทำไมธาตุต่าง ๆ จึงมีปฏิกิริยาเป็นสัดส่วนของจำนวนเต็มเล็กที่สุดเสมอ คือกฎสัดส่วนพหุคูณ(law of multiple proportion) และทำไมก๊าซบางชนิดจึงสลายตัวในน้ำได้ดีกว่าสารละลายอื่น เขาเสนอว่าธาตุแต่ละชนิดประกอบด้วยอะตอมชนิดเดียวกันที่ไม่เหมือนใคร และอะตอมเหล่านี้สามารถรวมตัวเข้าด้วยกันได้กลายเป็นสารประกอบทางเคมีสิ่งที่ดอลตันกำลังคำนึงถึงนี้เป็นจุดกำเนิดแรกเริ่มของทฤษฎีอะตอมยุคใหม่
ทฤษฎีเกี่ยวกับอนุภาคอีกทฤษฎีหนึ่ง (ซึ่งเป็นส่วนขยายของทฤษฎีอะตอมด้วย) เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1827 เมื่อนักพฤกษศาสตร์ โรเบิร์ต บราวน์ใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูเศษฝุ่นของเมล็ดข้าวที่ลอยอยู่ในน้ำ และพบว่ามันเคลื่อนที่ไปแบบกระจัดกระจายไม่แน่นอน นี่เป็นปรากฏการณ์ที่ต่อมารู้จักกันในชื่อการเคลื่อนที่แบบบราวน์ปี ค.ศ. 1877 J. Desaulx เสนอว่าปรากฏการณ์นี้มีสาเหตุมาจากการเคลื่อนของความร้อนในโมเลกุลน้ำ และในปี ค.ศ. 1905 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ได้คิดค้นการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ขึ้นได้เป็นครั้งแรกนักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสฌอง แปร์แรงใช้งานของไอน์สไตน์เพื่อทำการทดลองระบุมวลและขนาดของอะตอม ซึ่งในเวลาต่อมาได้พิสูจน์ทฤษฎีอะตอมของดอลตัน
จากการค้นพบทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ข้างต้น ก่อให้เกิดทฤษฎีอะตอมขึ้นมามากมาย โดยทฤษฎีอะตอมของนักวิทยาศาสตร์แต่ละท่านล้วนพยายามคาดคะเน ทำนายรูปร่างอะตอม และสร้างแบบจำลองอะตอมขึ้นจากทฤษฎีเหล่านั้น
สรุปได้ว่าคำว่า"อะตอม"เป็นคำซึ่งมาจากภาษากรีกแปลว่าสิ่งที่เล็กที่สุด ซึ่งนักปราชญ์ชาวกรีกโบราณที่ชื่อ ลูซิพปุส(Leucippus) และดิโมคริตุส(Democritus)ใช้สำหรับเรียกหน่วยที่เล็กที่สุดของสสาร ที่ไม่สามารถแบ่งแยกต่อไปได้อีก โดยเขาได้พยายามศึกษาเกี่ยวกับวัตถุที่มีขนาดเล็ก(ฟิสิกส์ระดับจุลภาค, microscopic) และมีแนวคิดเกี่ยวกับโครงสร้างของสสารว่า สสารทั้งหลายประกอบด้วยอนุภาคที่เล็กที่สุด จะไม่สามารถมองเห็นได้ และจะไม่สามารถแบ่งแยกให้เล็กลงกว่านั้นได้อีก แต่ในสมัยนั้นก็ยังไม่มีการทดลองเพื่อพิสูจน์และสนับสนุนแนวความคิดดังกล่าวต่อมาวิทยาศาสตร์ได้เจริญก้าวหน้าขึ้น และนักวิทยาศาสตร์ก็พยายามทำการทดลองค้นหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ในรูปแบบต่างๆตลอดมา จนกระทั่งเกิดทฤษฎีอะตอมขึ้นมาในปี ค.ศ.1808 จากแนวความคิดของจอห์น ดาลตัน (John Dalton) ผู้เสนอสมมติฐานเกี่ยวกับแบบจำลองอะตอม และเป็นที่ยอมรับและสนับสนุนจากนักวิทยาศาสตร์ในสมัยนั้น โดยทฤษฎีอะตอมของดาลตันได้กล่าวไว้ว่า1. สสารประกอบด้วยอะตอม ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุด แบ่งแยกต่อไปอีกไม่ได้ และไม่สามารถสร้างขึ้นหรือทำลายให้สูญหายไป2. ธาตุเดียวกันประกอบด้วยอะตอมชนิดเดียวกัน มีมวลและคุณสมบัติเหมือนกัน แต่จะแตกต่างจากธาตุอื่น3. สารประกอบเกิดจากการรวมตัวของอะตอมของธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปด้วยสัดส่วนที่คงที่4. อะตอมของธาตุแต่ละชนิดจะมีรูปร่างและน้ำหนักเฉพาะตัว5. น้ำหนักของธาตุที่รวมกัน ก็คือน้ำหนักของอะตอมทั้งหลายของธาตุที่รวมกัน